ม.รังสิต จับมือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) เปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ป.ตรีควบโท 5 ปี (ภาษาอังกฤษ)
วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมลงนามความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) เปิดดำเนินการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ระดับปริญญาตรีควบโท 5 ปี (สอนเป็นภาษาอังกฤษ) นำร่อง 3 หลักสูตร ได้แก่ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมโยธา และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อเตรียมผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ศ.ซาอิด อิรานดุส อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย กล่าวว่า สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรทางด้านการศึกษาระดับสูงในประเทศไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่การก่อตั้งสถาบันฯ เมื่อ พ.ศ. 2502 โดยสถาบันเอไอทีได้สวมบทบาทเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโดยรวมของประเทศไทย โดยการให้การศึกษาแก่นักศึกษาที่มีความสามารถจากประเทศไทย อีกทั้งจากประเทศในและนอกภูมิภาคเอเชีย ในวิถีทางต่างๆ ที่สนับสนุนความฝันของประเทศไทยในการสร้างสังคมที่พึ่งพาตนเองและสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งทางสถาบันเอไอทีได้มีบทบาทโดยตรงในการยกระดับการพัฒนาบุคลากรของประเทศไทย จากการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพสูงทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์การจัดการ ด้วยมาตรฐานการศึกษาที่ได้รับการรับรองว่าเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยระดับชั้นนำของต่างประเทศ และให้ความสำคัญต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในโลกแห่งความเป็นจริง รวมทั้งความสำคัญของความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งจะเป็นการช่วยลดช่องว่างที่มีอยู่ของสังคมและเพื่อขยายมุมมองของประชาชนทางด้านวาระแห่งชาติ วาระแห่งภูมิภาค และวาระแห่งโลก
“ความท้าทายในปัจจุบันซึ่งส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชีย เช่น ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมืองใหญ่ ตลอดจนสภาวะการขาดแคลนอาหารและน้ำนั้นต้องการการแก้ปัญหาแบบวิศวกรรมเชิงนวัตกรรม อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้มีมากเกินกว่าที่มหาวิทยาลัยแห่งเดียวจะสามารถรับมือได้ สถาบันการศึกษาระดับสูงจึงจำเป็นที่จะต้องร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาที่ได้พรมแดนที่เกิดขึ้นร่วมกัน และนี่คือสาเหตุว่าทำไมสถาบันเอไอที ในฐานะสถาบันการศึกษาระหว่างชาติ มุ่งที่จะผนวกความแข็งแกร่งของสถาบันฯ ร่วมกับ ความแข็งแกร่งของมหาวิยาลัยต่างๆ ของไทย เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำคัญซึ่งจะเชื่อมโยงนักศึกษาไปสู่ปัญหาวิกฤติต่างๆ ของโลกแห่งความเป็นจริง อันจะเป็นการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและรุ่งเรืองสำหรับประเทศ ซึ่งความร่วมมือทางด้านการศึกษาระดับสูงดังกล่าว เป็นตัวขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศไทย และเพื่อตอกย้ำสถานะความเป็นศูนย์กลางการศึกษาและงานวิจัยในภูมิภาคเอเชีย ด้วยสถาบันเอไอทีนั้นมีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยรังสิตมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เคยให้เกียรติมาเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีประสาทปริญญาบัตรของสถาบันเอไอที ในปี พ.ศ. 2542 และเมื่อพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น มหาวิทยาลัยรังสิตจึงเป็นพันธมิตรในอุดมคติสำหรับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย สถาบันฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรต่อเนื่องปริญญาตรี และปริญญาโท (นานาชาติ) จะผลิตมหาบัณฑิตที่มีมุมมองเชิงสากล อันสอดคล้องกับพันธกิจหลักของสถาบันเอไอทีต่อไป” อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย กล่าว
ด้าน ดร.สมบูรณ์ ศุขสาตร คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงและผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ในระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโทและปริญญาเอก) เน้นทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดการ ในสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย โดยมีศูนย์กลางการบริหารงานตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี และศูนย์การศึกษาในประเทศเวียดนาม กำลังมองหาพันธมิตรที่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในประเทศไทยมาร่วมโครงการปริญญาตรีควบโทต่อเนื่อง 5 ปี ซึ่งทางเอไอทีได้ร่วมหารือกับวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ถึงความร่วมมือดังกล่าว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ที่มีนโยบายผลักดันมหาวิทยาลัยรังสิตสู่ก้าวสากล และเพื่อเตรียมผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
“ความร่วมมือในครั้งนี้ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ ได้เตรียมนำร่อง 3 หลักสูตร ได้แก่ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา และสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยจัดให้มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาจะใช้ระยะเวลาในการศึกษาระดับปริญญาตรี ประมาณ 3 ปีครึ่ง จากมหาวิทยาลัยรังสิตและสามารถลงทะเบียนเรียนต่อระดับปริญญาโทต่ออีก 1 ปีครึ่ง ที่เอไอทีได้เลย ดังนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถต่อยอดในสาขาวิชาต่างๆ ได้อาทิ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สามารถต่อยอดด้านการบริหารจัดการงานก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน (Construction, Engineering and Infrastructure Management) วิศวกรรมธรณีเทคนิคและทรัพยากรธรณี (Geotechnical and Earth Resources Engineering) วิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering) วิศวกรรมขนส่ง (Transportation Engineering) และวิศวกรรมน้ำและการจัดการ (Water Engineering and Management) สำหรับสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สามารถเลือกต่อยอดได้ในด้าน วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์เชิงกล (Mechatronics) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์และระบบสมองกลฝังตัว (Microelectronics and Embedded Systems) วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) การจัดการข้อมูล (Information Management) และโทรคมนาคม (Telecommunications) ส่วนด้านที่สามารถต่อยอดได้จากทุกสาขาได้แก่ นาโนเทคโนโลยี (Nano Technology) และการรับรู้จากระยะไกล และระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Remote Sensing and Geographic Information Systems)
นอกจากนี้ นักศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์จากทั้ง 2 สถาบัน เช่น การบริการห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ และ/หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ตัวนักศึกษาเอง ทั้งนี้ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จะมีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น อาจารย์ในมหาวิทยาลัยรังสิตร่วมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาการวิจัย และได้รับความร่วมมือทางด้านงานวิจัยและการสอนเพิ่มขึ้นอีกด้วย” คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าว
ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวจะเปิดรับสมัครนักศึกษาปีการศึกษา 1/2555 โดยรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าที่มีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับดี โดยมหาวิทยาลัยจะมีการทดสอบภาษาอังกฤษสำหรับเข้าศึกษาต่อและระหว่างที่กำลังศึกษาในหลักสูตร ดังนี้ TELTS/ AIT-EET (AIT Test), TOEFL Paper-based, TOEFL Computer-based, TOEFL Internet-based, ICE TEFOW, RSU English Test เป็นต้น โดยคาดว่าจะรับนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 60 คน